สวย-ถูก! ปืนช่วยฝึกกระบอกละ300 ม.วลัยลักษณ์ผลิตให้ตร.

อาจารย์ม.วลัยลักษณ์ ประดิษฐ์‘ปืนช่วยฝึก’หล่อจากยางพารา มีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกับปืนของจริงมากที่สุด ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนปืนฝึกของนักเรียนตำรวจ ชี้เป็นปืนฝึกประวัติศาสตร์ ตั้งเป้าช่วยชาติฟื้นศก. แก้ปัญหาราคายาง…

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมอาคารบริหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ต.ไทยบุรี อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ช่วงเช้าวันที่19ต.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมร่วมระหว่าง พล.ต.ต.สุทัศน์ ชาญสวัสดิ์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 (ผบก.ศฝร.ภ 8) และคณะ กับทางมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย ดร.ชิตณรงค์ ศิริสถิตย์กุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ดร.ประชิด สระโมฬี อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ฯ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยปืนยางสำหรับช่วยฝึกนักเรียนตำรวจ เพื่อประเมินและทดสอบปืนยางขั้นสุดท้าย

พล.ต.ต.สุทัศน์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้เข้ารับตำแหน่ง ผบก.ศฝร.ภ.8 เมื่อปี 2556 ได้พบปัญหาการฝึกนักเรียนตำรวจเป็นอย่างมาก เนื่องจากปืนพก สำหรับฝึกภาคปฏิบัติของนักเรียนตำรวจ ยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อการฝึก และปืนที่ทำการฝึกที่มีอยู่ทำมาจากไม้เรซิน ซึ่งมีข้อด้อยด้านรูปร่างและความแข็งแรง จึงไม่สามารถที่จะทำให้นักเรียน ตำรวจมีความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนกับปืนจริงได้

อุปกรณ์ปืนช่วยฝึกที่ทำจากยางพารา น้ำหนักและขนาดสมจริงอุปกรณ์ปืนช่วยฝึกที่ทำจากยางพารา น้ำหนักและขนาดสมจริง

นอกจากนี้ ยังต้องนำเข้าปืนพกจำลองจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาแพง จึงได้ประสานกับทางมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกันทำโครงการวิจัยเรื่อง พัฒนาปืนยางสำหรับใช้ช่วยฝึกนักเรียนนายสิบตำรวจ โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น คือยางพารามาทำการศึกษาลักษณะในทุกด้าน พร้อมศึกษารูปแบบและคุณสมบัติของปืนพกช่วยฝึก ตามข้อกำหนดอ้างอิงกับปืนพกที่นำเข้าจากต่างประเทศ จากนั้นสั่งทำแบบพิมพ์สำหรับการขึ้นรูปปืนยางให้มีขนาดใกล้เคียงกับอาวุธปืน จริง ที่ใช้ในราชการตำรวจ

พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยฯ พัฒนาสูตรยางคอมปาวด์ โดยได้ทำการศึกษาค่าความหนาแน่น ความแข็ง ความแข็งแรงและความทนทาน เพื่อให้ได้ปืนยางที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกับอาวุธปืนจริง และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับใช้ในการฝึกนักเรียนตำรวจ พร้อมทั้งศึกษากระบวนการอัดขึ้นรูปปืนยางต้นแบบ ด้วยกระบวนการอัดยางเข้าแบบพิมพ์ โดยใช้แบบพิมพ์และเครื่องอัดร้อนในระดับห้องปฏิบัติการ และทดลองนำไปใช้งานจริง

ผลงานการพัฒนาที่ช่วยให้ลดการนำเข้าอุปกรณ์ปืนช่วยฝึกจากต่างประเทศผลงานการพัฒนาที่ช่วยให้ลดการนำเข้าอุปกรณ์ปืนช่วยฝึกจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ ผลการทดลองจากงานวิจัย ทำให้ได้ปืนยางที่มีขนาดใกล้เคียงกับอาวุธปืนจริงที่ใช้ในราชการตำรวจ โดยปืนยางที่ผลิตได้มีขนาดน้ำหนัก 400 กรัมต่อกระบอก เปรียบเทียบกับปืนแดง (red gun) ซึ่งเป็นปืนฝึกนักเรียนตำรวจที่นำเข้าจากต่างประเทศมีน้ำหนักประมาณ 397.30 กรัม/กระบอก มีความแข็งและแข็งแรงสูงแต่ยืดหยุ่น ตกไม่แตก มีรูปร่างลักษณะภายนอก และน้ำหนักคล้ายปืนจริงมาก ตลอดจนต้นทุนรวมเพียง 300 บาทต่อกระบอกเท่านั้น

“เมื่อเปรียบเทียบกับปืนยางที่นำเข้าจากต่างประเทศราคาประมาณ 2,800 บาท ต่อกระบอก ผลจากการนำปืนยางจากการวิจัยไปใช้จริง พบว่าผลการฝึกของนักเรียนตำรวจอยู่ในระดับดีมาก โดยเฉพาะนักเรียนนายสิบตำรวจทุกกองร้อย ยืนยันว่าคล้ายของจริงมากที่สุด ผู้รับการฝึกและครูฝึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก ครูฝึกทุกคนมีความเห็นว่า ปืนนี้ถือเป็นปืนช่วยฝึกที่เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และสามารถประหยัดงบประมาณของชาติได้เป็นจำนวนมาก”พล.ต.ต.สุทัศน์ กล่าว

คล้ายของจริงจนทั้งนักเรียนนายสิบตำรวจและครูฝึกต่างพึงพอใจคล้ายของจริงจนทั้งนักเรียนนายสิบตำรวจและครูฝึกต่างพึงพอใจ

ขณะที่ดร.ประชิด สระโมฬี หัวหน้าทีมวิจัยฯ กล่าวว่า หลังการประเมินและทดสอบขั้นสุดท้าย ทางมหาวิทยาลัย ได้มอบปืนช่วยฝึก ทั้งปืนพกสั้นและปืนยาวให้แก่ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค 8 จำนวน 300 กระบอก การวิจัยชิ้นนี้เป็นผลผลิตจากวัสดุธรรมชาติคือยางพารา ซึ่งเป็นการนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่ม ในอนาคตถ้าได้รับการสนับสนุน จะมีการขยายระดับการผลิตปืนพกยางเพื่อใช้เป็นเครื่องช่วยฝึก สำหรับสถานศึกษาอื่นในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยฝึกทหารของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ หากต้องการประหยัดงบประมาณ และต้องการได้ปืนช่วยฝึกที่มีคุณภาพดี มีมาตรฐานสากล ให้มาดูและตรวจสอบคุณภาพได้ มั่นใจว่าจะสามารถใช้ในภารกิจการฝึกกำลังพลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

“โครงการวิจัยนี้เป็นความภาคภูมิใจของทางมหาวิทยาลัยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากนอกจากจะสามารถช่วยเหลืองานของตำรวจได้แล้ว ผลิตภัณฑ์ยางพารากำลังมีราคาตกต่ำ จะสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ หากคนไทยช่วยกัน ภาครัฐให้การสนับสนุน นำผลผลิตยางพารามาแปรรูปเพื่อผลิตเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใช้ภายในประเทศ รวมถึงเพื่อการส่งออก อันจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้อย่างมหาศาลทีเดียว” หัวหน้าทีมวิจัยโครงการนี้ กล่าว..
ที่มา – http://www.thairath.co.th/content/533491

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวน่าสนใจ และติดป้ายกำกับ , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร